หาหอ.คอม

ตากผ้าในหอไม่แห้ง เหม็นอับ แก้ยังไงไม่ต้องซื้อเครื่องอบ

·[ADMIN] Fourth

ตากผ้าในหอไม่แห้ง เหม็นอับ แก้ยังไงไม่ต้องซื้อเครื่องอบ

หน้าฝนตากผ้าในห้องแล้วไม่แห้งและมีกลิ่นอับ แก้ได้ด้วยการปั่นซ้ำ จัดระยะราว และเป่าพัดลม พร้อมวิธีกำจัดกลิ่นที่ติดผ้าไปแล้ว โดยไม่ต้องซื้อเครื่องอบผ้า

ทำสามอย่างนี้ก็แก้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว

  1. ปั่นแห้งซ้ำอีกรอบ ก่อนเอาออกจากเครื่อง
  2. จัดราวให้ผ้าไม่ชิดกัน และให้ตัวยาวอยู่ริม ตัวสั้นอยู่กลาง
  3. เป่าพัดลมใส่ ค่าไฟไม่ถึง 2 บาทต่อครั้ง

เป้าหมายคือทำให้ผ้าแห้งภายใน 5 ชั่วโมง ถ้าทำได้ กลิ่นอับจะไม่เกิดตั้งแต่แรก

หน้าฝนเชียงใหม่กินเวลาหลายเดือน และปีนี้พยากรณ์บอกว่าฝนจะยังหนักต่อไปจนถึงปลายปี สำหรับคนอยู่หอที่ตากผ้านอกระเบียงไม่ได้ หรือตากแล้วฝนสาดจนต้องเก็บเข้าห้อง ปัญหาผ้าไม่แห้งกับกลิ่นอับจึงกลายเป็นเรื่องประจำวัน

ทำไมผ้าถึงเหม็นอับ เข้าใจอันนี้แล้วที่เหลือง่ายหมด

กลิ่นอับไม่ได้มาจากความชื้นโดยตรง แต่มาจาก แบคทีเรียที่โตขึ้นในผ้าที่ยังเปียกอยู่

แบคทีเรียกลุ่มนี้เริ่มเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเมื่อผ้าอยู่ในสภาพชื้นนานเกินราว 5 ชั่วโมง สิ่งที่มันปล่อยออกมาระหว่างเติบโตคือตัวที่ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวแบบผ้าขี้เกียจแห้ง

แปลว่าตัวแปรจริงไม่ใช่อุณหภูมิ แต่คือความเร็ว ผ้าที่แห้งใน 3 ชั่วโมงในห้องแอร์เย็น ๆ จะไม่เหม็น ส่วนผ้าที่ใช้เวลา 10 ชั่วโมงกว่าจะแห้งในวันที่อากาศร้อน จะเหม็น

ทุกวิธีในบทความนี้จึงมีเป้าหมายเดียวกันหมด คือย่นเวลาให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น

6 วิธีที่ได้ผล เรียงจากได้ผลมากที่สุด

1. ปั่นแห้งซ้ำอีกรอบ

นี่คือวิธีที่ได้ผลที่สุดและคนมองข้ามมากที่สุด

น้ำที่ถูกดึงออกด้วยการปั่นในไม่กี่นาที มากกว่าน้ำที่ระเหยเองในหลายชั่วโมง ผ้าที่ปั่นสองรอบจะเริ่มต้นด้วยน้ำหนักน้ำที่น้อยกว่ามาก และแห้งเร็วขึ้นชัดเจน

ถ้าใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ปั่นซ้ำไม่ได้ ให้บิดผ้าหนา ๆ อย่างยีนส์กับผ้าเช็ดตัวด้วยมืออีกรอบก่อนแขวน หรือใช้ผ้าเช็ดตัวแห้งม้วนทับแล้วกดน้ำออก

2. อย่าปล่อยผ้าค้างในเครื่อง

ผ้าเปียกที่หมักอยู่ในถังปิดคือสภาพที่แบคทีเรียชอบที่สุด ซักเสร็จแล้วเอาออกทันที ห้าสิบนาทีที่ลืมไว้อาจแปลว่าต้องซักใหม่

ข้อนี้สำคัญเป็นพิเศษกับเครื่องหยอดเหรียญ เพราะคนมักไปทำอย่างอื่นแล้วกลับมาช้า

3. จัดราวให้ลมผ่านได้

ผ้าที่แขวนชิดกันจะแห้งช้ากว่าเป็นเท่าตัว เพราะไอน้ำติดอยู่ระหว่างผ้า

ตัวอย่างการจัดราวตากผ้าในห้องแบบโค้ง ให้เสื้อผ้าที่ยาวที่สุดอยู่ริมและเสื้อผ้าที่สั้นอยู่กลาง

  • เว้นระยะระหว่างไม้แขวนอย่างน้อยหนึ่งฝ่ามือ ถ้าผ้าเยอะเกินไป ให้ตากสองรอบดีกว่าอัดรอบเดียว
  • จัดแบบโค้ง เอาเสื้อผ้าที่ยาวอย่างกางเกงกับเสื้อเชิ้ตไว้ริมสองข้าง เอาเสื้อผ้าที่สั้นอย่างเสื้อยืดกับถุงเท้าไว้ตรงกลาง จะเกิดช่องว่างรูปโค้งใต้ราวที่ลมผ่านได้ทั่ว
  • กางไหล่เสื้อออก ใช้ไม้แขวนที่มีความกว้าง อย่าพับพาดราว
  • กลับตะเข็บและกระเป๋าออกด้านนอก จุดที่ผ้าหนาซ้อนกันคือจุดที่แห้งช้าที่สุดและเป็นจุดเริ่มของกลิ่น
  • กางเกงยีนส์ให้แขวนกลับหัวจากขา หรือใช้ไม้หนีบเปิดปากเอวให้เป็นทรงกระบอก ลมจะเข้าไปข้างในได้

4. เป่าพัดลมใส่ ไม่ต้องใช้ความร้อน

ลมสำคัญกว่าความร้อน เพราะสิ่งที่ทำให้ผ้าแห้งคือการพาไอน้ำออกไปจากผิวผ้า

ตั้งพัดลมเป่าขนานไปกับแนวราว ไม่ใช่เป่าตั้งฉาก เพื่อให้ลมไหลผ่านผ้าทุกชิ้น ถ้าพัดลมส่ายได้ก็เปิดส่าย

เรื่องค่าไฟ พัดลมตั้งพื้นทั่วไปกินไฟราว 45 วัตต์ เปิด 5 ชั่วโมงใช้ไฟราว 0.22 หน่วย ถ้าหอคิดค่าไฟหน่วยละ 8 บาท ตกครั้งละไม่ถึง 2 บาท

เทียบกับเครื่องอบผ้าหยอดเหรียญที่ตกรอบละ 40 ถึง 50 บาท ถ้าซักสัปดาห์ละครั้ง พัดลมประหยัดกว่าราวเดือนละ 190 บาท

5. เปิดช่องให้ความชื้นออกจากห้อง

ผ้าที่แห้งในห้องปิดสนิทคือการย้ายน้ำจากผ้าไปอยู่ในอากาศของห้อง แล้วมันจะกลับมาเกาะผ้าเหมือนเดิม

  • เปิดหน้าต่างแง้มไว้ แม้ฝนตกก็เปิดด้านที่ไม่โดนสาดได้
  • ถ้าห้องมีแอร์ โหมด Dry ทำงานเหมือนเครื่องลดความชื้น ใช้ตอนตากผ้าได้ผลดีมาก แต่กินไฟมากกว่าพัดลม ควรใช้เฉพาะวันที่ชื้นจัด
  • อย่าตากผ้าในห้องน้ำ ตรงนั้นชื้นที่สุดในห้องอยู่แล้ว
  • อย่าตากผ้าทิ้งไว้ในห้องแอร์ที่ปิดแอร์แล้ว

ระวังเรื่องเชื้อรา ห้องหอส่วนใหญ่เล็กและระบายอากาศไม่ดี การตากผ้าในห้องเป็นประจำโดยไม่ระบายความชื้นออก ทำให้ผนัง มุมห้อง และหลังตู้ขึ้นราได้ ถ้าเริ่มเห็นจุดดำหรือได้กลิ่นอับจากตัวห้องเอง ไม่ใช่จากผ้า ต้องแก้เรื่องการระบายอากาศก่อน

6. เลิกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเยอะเกิน

น้ำยาปรับผ้านุ่มเคลือบเส้นใยไว้ ซึ่งทำให้ผ้าอุ้มน้ำไว้นานขึ้นและแห้งช้าลง คราบที่สะสมยังเป็นอาหารของแบคทีเรียด้วย

หน้าฝนลองลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง หรือข้ามไปเลยสำหรับผ้าที่ใส่ทุกวัน

ถ้ากลิ่นติดผ้าไปแล้ว

กลิ่นที่ติดแน่นแล้วมักไม่หายด้วยการซักปกติ เพราะแบคทีเรียฝังอยู่ในเส้นใย ต้องกำจัดตัวมันก่อน

แช่น้ำร้อน อุณหภูมิราว 60 องศาขึ้นไปจัดการได้ดี ต้มน้ำแล้วผสมให้ได้อุณหภูมินั้น แช่ผ้าไว้ 20 ถึง 30 นาทีก่อนซักตามปกติ เช็คป้ายผ้าก่อนเสมอ ผ้าบางชนิดหดหรือสีตกได้

แช่ผงฟอกขาวชนิดออกซิเจน หรือที่ฉลากเขียนว่า Oxygen Bleach ต่างจากคลอรีนตรงที่ใช้กับผ้าสีได้ ละลายในน้ำอุ่นแล้วแช่ตามเวลาบนฉลาก

รีดผ้า ความร้อนจากเตารีดฆ่าแบคทีเรียที่เหลือได้ และเป็นวิธีที่เร็วที่สุดถ้ากลิ่นยังอ่อน ๆ

ล้างเครื่องซักผ้า ถ้าซักใหม่แล้วยังเหม็นทุกครั้ง ปัญหาอาจอยู่ที่ตัวเครื่อง คราบสะสมในถังจะปล่อยกลิ่นกลับเข้าผ้าทุกรอบ เครื่องส่วนตัวใช้น้ำส้มสายชูหรือน้ำยาล้างเครื่องซักผ้าปั่นเปล่าได้ ส่วนเครื่องหยอดเหรียญที่สงสัยว่าไม่สะอาด ให้เปลี่ยนไปใช้เครื่องอื่น

สรุปเป็นลำดับที่ทำได้เลยวันนี้

  1. ซักเสร็จ ปั่นแห้งอีกหนึ่งรอบ
  2. เอาผ้าออกจากเครื่องทันที
  3. แขวนโดยเว้นระยะหนึ่งฝ่ามือ ตัวยาวไว้ริม ตัวสั้นไว้กลาง
  4. กลับตะเข็บและกระเป๋าออก กางไหล่เสื้อ
  5. ตั้งพัดลมเป่าขนานกับแนวราว
  6. แง้มหน้าต่างให้ความชื้นออกได้

ทำครบหกข้อ ผ้าส่วนใหญ่จะแห้งภายใน 4 ถึง 6 ชั่วโมงแม้ในวันที่ฝนตก

คำถามที่พบบ่อย

ตากผ้าในห้องแล้วเหม็นอับ เกิดจากอะไร

เกิดจากแบคทีเรียที่เพิ่มจำนวนในผ้าที่ยังชื้นอยู่นานเกินราว 5 ชั่วโมง ไม่ได้เกิดจากความชื้นโดยตรง วิธีแก้จึงคือทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น ไม่ใช่หาอะไรมากลบกลิ่น

ไม่มีเครื่องอบผ้า จะทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นยังไง

ปั่นแห้งซ้ำอีกรอบก่อนเอาออกจากเครื่อง แขวนโดยเว้นระยะไม่ให้ผ้าชิดกัน จัดตัวยาวไว้ริมและตัวสั้นไว้กลาง แล้วตั้งพัดลมเป่าขนานไปกับแนวราว สามอย่างนี้รวมกันย่นเวลาได้มากที่สุด

เป่าพัดลมตากผ้าเปลืองค่าไฟไหม

ไม่เปลือง พัดลมตั้งพื้นทั่วไปกินไฟราว 45 วัตต์ เปิด 5 ชั่วโมงใช้ไฟราว 0.22 หน่วย ถ้าหอคิดหน่วยละ 8 บาท ตกครั้งละไม่ถึง 2 บาท ถูกกว่าเครื่องอบผ้าหยอดเหรียญที่ตกรอบละ 40 ถึง 50 บาทมาก

กลิ่นอับติดผ้าไปแล้ว ซักธรรมดาไม่หาย ทำยังไง

แช่น้ำอุณหภูมิราว 60 องศาขึ้นไป 20 ถึง 30 นาทีก่อนซัก หรือแช่ผงฟอกขาวชนิดออกซิเจนซึ่งใช้กับผ้าสีได้ อีกวิธีคือรีดผ้าด้วยความร้อน ก่อนใช้ความร้อนทุกวิธีให้เช็คป้ายผ้าก่อน

เปิดแอร์โหมด Dry ช่วยตากผ้าได้ไหม

ได้ โหมด Dry ทำงานคล้ายเครื่องลดความชื้น ช่วยได้ดีในวันที่ชื้นจัด แต่กินไฟมากกว่าพัดลมพอสมควร ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น

ตากผ้าในห้องบ่อย ๆ ทำให้ห้องขึ้นราไหม

มีโอกาส ถ้าตากในห้องปิดสนิทเป็นประจำโดยไม่ระบายความชื้นออก ควรแง้มหน้าต่างหรือเปิดพัดลมระบายทุกครั้ง ถ้าเริ่มเห็นจุดดำตามผนังหรือมุมห้อง ต้องแก้เรื่องการระบายอากาศก่อน


หน้าฝนเชียงใหม่ยังอีกยาว ถ้ากำลังหาหอใหม่ ลองดูเรื่องระเบียง ทิศทางลม และชั้นของห้องประกอบด้วย ดูหอพักรอบ มช. พร้อมรูปห้องจริงและรีวิว

บทความอื่น

พร้อมหาหอแล้วใช่ไหม? ดูหอพักรอบ มช. บนแผนที่ พร้อมราคาและสถานะห้องว่าง

ค้นหาหอพัก